ปฐมบทภาคจ่ายไฟสวิตชิ่ง ทำความเข้าใจเรื่อง block diagram สำคัญมากสำหรับการจะเริ่มต้นในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้ไปเพื่องานซ่อมหรือต่อยอดไปสู่งานอื่นๆในภายภาคหน้า ในส่วนของรายละเอียดของภาคการทำงานต่างๆนั้นมีรายละเอียดที่ค่อนเยอะและข้างซับซ้อนพอสมควร
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สรุปจากภาพด้านบนสั้นๆ
การทำงาน 
ไฟบ้าน AC ถูกแปลงเป็น DC แรงดันสูง -> ถูกสับเป็นคลื่นความถี่สูงด้วยสวิตช์ -> ส่งผ่านหม้อแปลงเพื่อลดแรงดันและแยกกราวด์ -> แปลงกลับเป็น DC แรงดันต่ำ -> กรองให้เรียบเป็นเอาต์พุต -> โดยมีวงจรควบคุมคอยตรวจสอบไฟออกและส่งสัญญาณกลับมาปรับการทำงานของสวิตช์เพื่อให้ไฟออกคงที่ตลอดเวลา
สั้นเกินไปก็ยากเกินที่มือใหม่จะเข้าใจได้ เรามาเริ่มทีละจุดตามตัวเลขที่ระบุไว้ในภาพ
Block ที่ 1

ขอข้ามไฟ AC มาเลยก็แล้วกันดังนั้นบล็อกนี้ก็จะเป็นวงจร(Rectifier) เรคติฟายทำหน้าที่แปลงไฟจาก AC เป็น DC ส่วนใหญ่จะเป็นวงจรบริดจ์เรคติฟาย(Bridge Rectifier)รายละเอียดส่วนนี้ยังมีอีกขอไว้เล่าต่อในบทอื่นดีกว่า

Block ที่ 2
วงจรฟิลเตอร์(Filter)ดูภาพวงจรบริดจ์เรคติฟายจาก Block ที่ 1 ประกอบจะเห็นว่าเป็นเพียงการแปลงไฟจาก AC เป็น DC เท่านั้นยังไม่มีการกรองไฟดังนั้นไฟ DC ที่ได้จะเท่ากับ DC Output = 198V หรือ 200V(220 x 0.9 = 198) โดยประมาณยังไม่ใช่ 300VDC
ไฟที่ผ่านเรคติฟายมาแล้วจะเป็นไฟ DC ที่ยังไม่เรียบจึงยังไม่เหมาะแก่การใช้งานดังนั้นต้องทำการกรองไฟให้เรียบโดยการต่อ C ขนานไปกับวงจรและเมือต่อ C (คาปาซิเตอร์) เข้าไปแล้วแรงดัน ณ จุดนี้ถึงจะได้ 311VDC โดยประมาณ(220x 1.414 = 311.8) แต่เราจะนิยมเรียกว่าไฟ 300V เป็นอันเข้าใจโดยทั่วกัน

Block ที่ 3
บล็อกนี้ขอเล่าแบบร่วบเอาทั้งหมดของวงจรสร้างความถี่สูงและวงจรควบคุมไว้ด้วยกัน จึงขอเรียกวงจรชุดนี้ว่าวงจรสวิตชิ่ง_ซึ่งถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพขอเอาภาพ Power Pack มาให้ดู_ทั้งหมดในเพาเวอร์แพ็คนี้แหล่ะคือทั้งหมดในบล็อกที่่ 3 ซึ่งจะมีทั้งการสร้างความถี่, ขยายความถี่่,เปรียบเทียบแรงดันและเปรียบเทียบกระแส

Block ที่ 4
บล็อกนี้ไม่มีอะไรมากเรียกว่าภาษาชาวบ้านได้เลยว่าหม้อแปลง(สวิตชิ่ง)หรือเรียกตามภาพคือ Flyback Transformer ซึ่งก็คือหม้อแปลงความถี่สูงเนื่องจากวงจรในบล็อกที่ 3 เมื่อทำงานจะสร้างความถี่่ส่งเข้าหม้อแปลงหลาย Khz_ทางขดปฐมภูมิ(Primary)จะได้รับความถี่สูงจากการที่วงจรในบล็อกที่่ 3 ทำงาน เกิดเป็นสนามแม่เหล็กเกิดการเหนี่่ยวนำข้ามมาขดทุติยภูมิ(Secondary)เกิดเป็นแรงดันไฟ AC นี้

Block ที่ 5
บล็อกนี้เป็นวงจร(Rectifier) เรคติฟายเหมือนบล็อกที่ 1 แต่วงจรทำหน้าที่แปลงไฟจาก AC เป็น DC จากหม้อแปลงและไฟ DC จะเป็นไฟ Output ที่จะนำไปใช้งาน การเรคติฟายในวงจรชุดนี้มักจะเป็นแบบ Full Bridge มักจะใช้เป็นไดโอดความถี่่สูงเพราะแรงดันจากหม้อแปลงมีความถี่่สูง และมักจะใช้เป็น Dual Diode (ไดโอด 3ขา) เนื่องจากวงจรชุดนี้จะมีความร้อน Dual Diode จะจัดการระบายความร้อนได้ดีกว่า Single Diode

Block ที่ 6
บล็อกนี้ก็เป็นวงจรฟิลเตอร์(Filter)คือกรองไฟให้เรียบเหมือนบล็อกที่ 2 แต่วงจรนี้จะกรองไฟ Output ไปใช้งานดังนั้นวงจรนี้จำเป็นต้องกรองไฟให้เรียบที่สุดเราจึงจะเห็นได้ว่าวงจรชุนี้มักจะใช้ C (คาปาซิเตอร์)ค่าความจุมาก ๆ อาจจะมีการขนานกันหลายตัวด้วย(ดูภาพบล็อกที่ 5 ประกอบ)
การขนานC (คาปาซิเตอร์) จะทำให้ค่าความจุเพิ่มขึ้น
ในเครื่องที่เกรดดี ๆ วงจรฟิลเตอร์จะใช้ขดลวดด้วยแต่ก็ไม่เสมอไปเพราะจำนวนและคุณภาพของอุปกรณ์ก็คือต้นทุนการผลิต
Block ที่ 7
บล็อกนี้ก็เป็นวงจรฟีดแบ็ค(Feedback)หรือเรียกว่าวงจรป้อนกลับซึ่งจะนำแรงดันจาก Output ป้อนกลับไปที่ IC Control ในวงจรบล็อกที่ 3 เพื่อแจ้งสถานะการทำงาน เช่น แรงดัน Output ขาดหรือเกินเพื่อที่่ IC Control (IC PWM)เพิ่มหรือลดการทำงานเพื่อให้ Ouput ออกไปใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
วงจรนี้มักใช้ ออปโตคัปเปลอร์ (Optocoupler) เพราะต้องแยกกราวด์ 2ส่วนนี้เนื่องจาก Optocoupler ทำงานด้วยแสงไม่เชื่อมต่อถึงกัน

เนื่องจากฝั่งทางขดปฐมภูมิ(Primary)ฝั่งนี้จะเป็นกราวด์รร้อนซึ่งจะเป็นกราวด์คนละส่วนกับทางฝั่งขดทุติยภูมิ(Secondary)ซึ่งเป็นกราวด์เย็นดังนั้นเพื่อให้ 2 ส่วนนี้ส่งสัญญาณถึงกันได้จึงต้องใช้ Optocoupler







